ดาราศาสตร์

Astronomy Research Group

กลุ่มวิจัยดาราศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้จัดตั้งเป็นกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง โดยมีนักวิจัยประจำ 3 คน ทำงานวิจัยในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

อ. ดร. กิติยานี อาษานอก : ดาราศาสตร์วิทยุ

  • พัฒนาระบบกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดเล็ก 5 เมตร

   โดยร่วมมือกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ให้สามารถใช้ในการเรียนการสอน  ในระดับมหาวิทยาลัยได้ในอนาคต (คศ.2016-2018)

  • ศึกษาสัญญาณไฮดรอกซิลเมเซอร์จากบริเวณดาวเกิดใหม่

  ศึกษาที่ความถี่สถานะพื้น (1.6 GHz) และความถี่สถานะถูกกระตุ้น (6.0 GHz) ไฮดรอกซิลเมเซอร์ เป็นโมเลกุลประเภทหนึ่งที่ปลดปล่อยพลังงานออกมาในย่านความยาวคลื่นวิทยุ/ไมโครเวฟ หลักการเกิดคล้ายกันกับการเกิดเลเซอร์ แต่แตกต่างกันที่ตัวกระตุ้นอยู่ในย่านคลื่นไมโครเวฟแทน  โดยศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์ของการเกิดโพลาไรเซชันประเภทต่าง ๆ รวมไปถึงการศึกษา  ความเข้มของสนามแม่เหล็กต่อการจัดเรียงตัวทิศทาง มีผลต่อสภาพบริเวณเกิดดาวนั้น ๆ   อย่างไรบ้าง โดยใช้ข้อมูลจากหน่วยงานในต่างประเทศ   เช่น Australian Long Baseline Array (LBA) ใน Australia และ Jodrell Bank Observatory, University of Manchester (UK) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ควบคุมอาร์เรย์กล้องโทรทรรศน์วิทยุ e-MERLIN ในสหราชอาณาจักร

 

เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุ e-MERLIN

อ. ดร. พิมปุณยวัจน์ ทุมเมืองปัก : ดาราศาสตร์นอกกาแลกซี

 ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกาแลกซีและสสารระหว่างกาแลกซี (Inter-Galactic Medium: IGM) โดยใช้ข้อมูลจากการสังเกตการณ์ (เช่นกล้องโทรทรรศน์ VLT ในชิลี และกล้อง Subaru ในฮาวาย) และการจำลองทางคอมพิวเตอร์ (เช่น  Galaxy-Intergalactic Medium Interaction Calculation :: GIMIC simulations)   โดยอาศัยหลักของ Lyman-alpha forest ซึ่งก็คือ เมื่อแสงจาก Quasi-Stellar Objects : QSO เดินทางมายังโลก แสงนั้นจะถูกดูดซับไว้บางส่วนเมื่อเดินทางผ่านกลุ่มเมฆ (ก๊าซไฮโดรเจน) ที่อยู่ระหว่างกาแลกซี โดยการดูดกลืนของแสงนั้นจะเป็นการดูดกลืนที่ช่วงความยาวคลื่นจำเพาะ และการดูดกลืนแบบไม่สม่ำเสมอนี้เองที่ทำให้เกิดรูปแบบไม่ปกติในเส้นสเปคตรัมของ QSO นั้นๆ โดยเส้นสเปคตรัมนี้เองจะทำให้เราสามารถระบุความหนาแน่นของก๊าซที่ตำแหน่งต่างๆได้

 การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง IGM และกาแลกซีนี้จะมุ่งเน้นศึกษาผลที่เกิดจาก redshift-space distortions, feedback  และ outflows ของแก๊สใน galaxy formation

กล้อง VLT (ชิลี) (ที่มา:www.eso.org/public/teles-instr/vlt/)

กล้อง Subaru (ฮาวาย) (ที่มา: http://subarutelescope.org/)

 Galaxy-Intergalactic Medium Interaction Calculation  (GIMIC) (ที่มา: Crain et al. 2009)

ผศ. ดร. อรรุจี เหมือนวงศ์ : กระจุกกาแลกซีและเอกภพวิทยา

  • ฟิสิกส์ภายในกระจุกกาแลกซี

  ศึกษาฟิสิกส์ของพลาสมาร้อนภายในกระจุกกาแลกซี เนื่องจากการศึกษาในย่านรังสีเอกซ์ไม่สามารถศึกษาบนพื้นโลกได้ จึงต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ในอวกาศ อาทิเช่น กล้องโทรทรรศ์อวกาศรังสีเอกซ์ Chandra ขององค์การอวกาศ NASA ซึ่งเริ่มสังเกตการณ์ตั้งแต่ ค.ศ. 1999 หรือกล้อง Astro-H ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ซึ่งปล่อยเข้าสู่วงโคจรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016  เป็นต้น ความเข้าใจฟิสิกส์ของพลาสมาภายในกระจุกกาแลกซี จะทำให้สามารถใช้คุณสมบัติของกระจุกกาแลกซีซึ่งเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ในเอกภพ เพื่อศึกษาโครงสร้างในเอกภพทั้งภาคทฤษฎีและสังเกตการณ์

  • ทฤษฎีการเกิดโครงสร้างมหภาคในเอกภพ

   ศึกษาทางทฤษฎีของเงื่อนไขการเกิดโครงสร้างภายใต้อิทธิพลของพลังงานมืดแบบต่าง ๆ    พลังงานมืดเป็นองค์ประกอบที่มากที่สุดในเอกภพและยังมีความเข้าใจเรื่องนี้น้อยมาก การทำนายคุณสมบัติของโครงสร้างภายใต้อิทธิพลของพลังงานมืดจะสามารถนำไปเปรียบเทียบกับการสังเกตการณ์ในอนาคต เพื่อหาคำตอบความเป็นไปได้ว่าแบบจำลองพลังงานมืดที่ศึกษาให้คุณสมบัติของโครงสร้างทางทฤษฎีสอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างไร

กระจุกกาแลกซี Coma ในย่านแสงที่ตามองเห็น (ที่มา: NASA, ESA, Hubble Heritage (STScI/AURA))

 กระจุกกาแลกซี Coma ในย่านรังสีเอกซ์ (ที่มา: Steve Snowden, ROSAT, MPE)

 กล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีเอกซ์ Chandra ขององค์การอวกาศ NASA (ที่มา: NASA/CXC/NGST)

หัวข้อวิจัย